→ ส่งฟรีเมื่อยอดครบ ฿500→ ส่งฟรีเมื่อยอดครบ ฿500LINE เพิ่มเพื่อน รับส่วนลด ฿20LINE เพิ่มเพื่อน รับส่วนลด ฿20 ส่งทั่วไทย Kerry / Flash / EMS ส่งทั่วไทย Kerry / Flash / EMS
‹ กลับไปบทความ

เสื้อ 1 ตัว ใช้น้ำ 2,700 ลิตร: ผลกระทบที่ซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้า

22 ก.ค. 2569 · บทความ LoopWear · 1 นาที

เสื้อ 1 ตัว ใช้น้ำ 2,700 ลิตร: ผลกระทบที่ซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้า
ทบทวนโดยทีม LoopWear

บทความนี้เขียนและตรวจทานจากประสบการณ์คัดสภาพเสื้อผ้ามือสองจริงของร้าน พร้อมอัปเดตข้อมูลเมื่อ 22 ก.ค. 2569 เพื่อให้ผู้อ่านใช้ประกอบการเลือกซื้อได้อย่างมั่นใจ

เคยสงสัยไหมว่าเสื้อยืดสีขาวธรรมดาที่คุณสวมใส่อยู่ทุกวันนี้ ต้องใช้ทรัพยากรน้ำมากแค่ไหนกว่าจะมาถึงมือคุณ คำตอบอาจทำให้คุณตกใจ เพราะตามข้อมูลจาก Water Footprint Network องค์กรวิจัยด้านทรัพยากรน้ำระดับโลก การผลิตเสื้อยืดฝ้าย 1 ตัวใช้น้ำเฉลี่ยสูงถึง 2,700 ลิตร ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณน้ำดื่มที่คนคนหนึ่งต้องการใช้นานถึง 2.5 ปี ส่วนกางเกงยีนส์ 1 ตัวใช้น้ำมากกว่านั้นถึง 7,500 ลิตร อุตสาหกรรมแฟชั่นจึงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ใช้น้ำมากที่สุดในโลก

เส้นทางของน้ำในกระบวนการผลิตเสื้อผ้า

น้ำถูกใช้ในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิตเสื้อผ้า เริ่มตั้งแต่การปลูกฝ้าย ซึ่งเป็นพืชที่ต้องการน้ำในการเพาะปลูกสูงมาก โดยเฉพาะในประเทศที่ปลูกฝ้ายด้วยระบบชลประทาน เช่น อินเดีย อุซเบกิสถาน และบางส่วนของสหรัฐอเมริกา จากนั้นน้ำยังถูกใช้ในกระบวนการปั่นด้าย ทอผ้า ฟอกสี ย้อมสี และตกแต่งสำเร็จ ซึ่งแต่ละขั้นตอนล้วนใช้น้ำปริมาณมหาศาลและมักปล่อยน้ำเสียที่ปนเปื้อนสารเคมีกลับคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ

การใช้น้ำในกระบวนการผลิตฝ้าย
การปลูกฝ้ายใช้น้ำในปริมาณมหาศาลตลอดวงจรการเพาะปลูก

อุตสาหกรรมแฟชั่นกับวิกฤตน้ำโลก

รายงานจากโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ระบุว่าอุตสาหกรรมแฟชั่นใช้น้ำจืดคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 4% ของปริมาณการใช้น้ำจืดทั่วโลก และเป็นสาเหตุของมลพิษทางน้ำถึง 20% ของมลพิษทางน้ำจากภาคอุตสาหกรรมทั้งหมด นอกจากนี้ WWF (World Wide Fund for Nature) ยังชี้ว่าพื้นที่ปลูกฝ้ายหลายแห่งตั้งอยู่ในภูมิภาคที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอยู่แล้ว เช่น ลุ่มแม่น้ำอารัลในเอเชียกลาง ซึ่งทะเลอารัลเคยเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่อันดับสี่ของโลก แต่ปัจจุบันหดตัวลงกว่า 90% ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการผันน้ำไปใช้ในการปลูกฝ้ายเพื่อป้อนอุตสาหกรรมสิ่งทอ

Fast Fashion กับวงจรการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นทุกปี

McKinsey & Company รายงานว่าปริมาณการผลิตเสื้อผ้าทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในช่วงปี 2000-2014 ในขณะที่ระยะเวลาการใช้งานเสื้อผ้าแต่ละชิ้นกลับสั้นลง ผู้บริโภคในปัจจุบันสวมใส่เสื้อผ้าน้อยกว่ารุ่นก่อนถึง 36% ก่อนที่จะทิ้ง นั่นหมายความว่าทรัพยากรน้ำมหาศาลที่ใช้ไปในการผลิตถูกใช้ประโยชน์เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนที่เสื้อผ้าจะกลายเป็นขยะ วงจรนี้เร่งให้เกิดความต้องการผลิตเสื้อผ้าใหม่มากขึ้นเรื่อย ๆ และดึงทรัพยากรน้ำจืดออกจากระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง

การซื้อมือสอง = การประหยัดน้ำโดยตรง

เมื่อคุณเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสองแทนที่จะซื้อเสื้อผ้าใหม่ คุณกำลังตัดวงจรความต้องการผลิตซ้ำ นั่นหมายความว่าน้ำ 2,700 ลิตรที่เคยใช้ไปแล้วในการผลิตเสื้อยืดตัวนั้น จะไม่ถูกใช้ซ้ำอีกครั้งเพื่อผลิตเสื้อยืดตัวใหม่ ทุกครั้งที่มีการซื้อขายเสื้อผ้ามือสองหนึ่งชิ้น เท่ากับเป็นการยืดอายุการใช้ทรัพยากรที่ลงทุนไปแล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด จากการวิเคราะห์ของ ThredUp ร่วมกับ Green Story พบว่าหากผู้บริโภคซื้อเสื้อผ้ามือสองแทนเสื้อผ้าใหม่เพียง 1 ชิ้นต่อปี จะสามารถลดการใช้น้ำได้เฉลี่ยประมาณ 1,000-3,000 ลิตรต่อชิ้น ขึ้นอยู่กับประเภทของเสื้อผ้า

การซื้อเสื้อผ้ามือสองช่วยประหยัดน้ำ
การเลือกซื้อมือสองคือวิธีประหยัดน้ำที่ทำได้ทันทีในชีวิตประจำวัน

สิ่งที่ผู้บริโภคทำได้เพิ่มเติม

นอกจากการซื้อมือสองแล้ว Fashion Revolution องค์กรรณรงค์เพื่อความโปร่งใสในอุตสาหกรรมแฟชั่น แนะนำให้ผู้บริโภคยืดอายุการใช้งานเสื้อผ้าที่มีอยู่แล้วให้นานที่สุด ด้วยการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี ซักด้วยน้ำเย็นแทนน้ำร้อน ซ่อมแซมแทนการทิ้ง และเมื่อไม่ต้องการใช้แล้วให้ส่งต่อหรือขายต่อแทนการทิ้งลงถังขยะ การกระทำเล็ก ๆ เหล่านี้เมื่อรวมกันในระดับผู้บริโภคทั่วโลก จะสามารถลดแรงกดดันต่อทรัพยากรน้ำจืดของโลกได้อย่างมีนัยสำคัญ

สรุป

น้ำสะอาดเป็นทรัพยากรที่มีจำกัดและกำลังขาดแคลนในหลายภูมิภาคทั่วโลก ขณะที่อุตสาหกรรมแฟชั่นยังคงเป็นหนึ่งในผู้ใช้น้ำรายใหญ่ที่สุด การเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสองจึงไม่ใช่แค่การประหยัดเงินในกระเป๋า แต่เป็นการตัดสินใจที่ส่งผลบวกโดยตรงต่อทรัพยากรน้ำของโลก ทุกครั้งที่คุณเลือกเสื้อผ้ามือสองแทนเสื้อผ้าใหม่ คุณกำลังช่วยรักษาน้ำสะอาดไว้ให้คนรุ่นต่อไป

แหล่งอ้างอิง

  1. Water Footprint Network, "The Water Footprint of Cotton Consumption"
  2. UNEP (United Nations Environment Programme), "Putting the Brakes on Fast Fashion"
  3. WWF, "The Impact of a Cotton T-Shirt"
  4. McKinsey & Company, "Style That's Sustainable: A New Fast-Fashion Formula"
  5. ThredUp x Green Story, "Resale Impact Report"

อ่านต่อได้เลย

บทความอื่นที่ช่วยเลือก ดูแล และส่งต่อเสื้อผ้ามือสองได้มั่นใจขึ้น

บทความทั้งหมด
ใส่เสื้อผ้ามือสอง ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่กำลังช่วยโลกอยู่แฟชั่นยั่งยืนใส่เสื้อผ้ามือสอง ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่กำลังช่วยโลกอยู่

การเลือกใส่เสื้อผ้ามือสองคือการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อโลก ประหยัดเงิน และยังหล่อเท่ห์มีสไตล์ เข้ากับคนยุคใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

เทรนด์ใหม่! ลดค่าใช้จ่าย ด้วยเสื้อผ้ามือสองบทความ LoopWearเทรนด์ใหม่! ลดค่าใช้จ่าย ด้วยเสื้อผ้ามือสอง

ในยุคที่ข้าวของแพง การซื้อเสื้อผ้ามือสองคือทางเลือกที่ฉลาดที่สุด ประหยัดได้ 50-90% ได้ของแบรนด์แท้ สภาพดี ไม่ต้องเสียเงินเปล่า

Fast Fashion กำลังทำลายโลก และเสื้อผ้ามือสองช่วยได้อย่างไรแฟชั่นยั่งยืนFast Fashion กำลังทำลายโลก และเสื้อผ้ามือสองช่วยได้อย่างไร

ทุกปีมีเสื้อผ้าถูกผลิตขึ้น 100,000 ล้านชิ้น แต่ 92 ล้านตันถูกทิ้งเป็นขยะ เผาทิ้ง ทำลายชั้นบรรยากาศ เสื้อผ้ามือสองคือคำตอบที่ช่วยลดปัญหานี้ได้

แบรนด์แท้ ยังไงก็ไม่เอาท์ ไว้ใจในเรื่องคุณภาพ เราคัดสรรมาให้แล้วแบรนด์แท้มือสองแบรนด์แท้ ยังไงก็ไม่เอาท์ ไว้ใจในเรื่องคุณภาพ เราคัดสรรมาให้แล้ว

เสื้อผ้าแบรนด์แท้มือสอง คุณภาพดีกว่าของก๊อปราคาเท่ากัน บางตัวถูกกว่าของก๊อปด้วยซ้ำ ได้ของแท้ ใส่ทน ดูดี ไม่ต้องเสี่ยงกับของปลอม